khomgrit's profile~*~Ooo.._K[G]Bz_..ooO~*~PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
May 04 ขอเพียงคนหนึ่ง แม้จะต้องรออีกนานเท่าไหร่ จะต้องไปอีกไกลแค่ไหน
จะต้องเจอกี่ความเจ็บช้ำ ฉันยอม
จะขอเพียงคนหนึ่ง จะรักเพียงคนหนึ่ง ฉันรอด้วยหัวใจที่ขอ ขอคำตอบเดียว
ฉันอยากมีคำว่าเรา ฉันอยากมีคำว่าผูกพัน
ฉันอยู่เพื่อมีสักวัน ได้ตอบตัวเองว่าอยู่เพื่อใคร ฉันคือเรื่องราวที่ยังไม่จบ คือข้อความที่ยังไม่ครบ
คือพื้นดินที่รอต้นไม้ เพียงต้นเดียว
ฉันอยากมีคำว่าเรา ฉันอยากมีคำว่าผูกพัน
ฉันอยู่เพื่อมีสักวัน ได้ตอบตัวเองว่าอยู่เพื่อใคร
เพื่อ"เธอ"นะ everyting
March 28 วันเกิดวันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ทำให้เรา....
แก่ขึ้นปีนึง
โตขึ้น
เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
มีความรับผิดชอบมากขึ้น
คิดอะไรๆๆได้เยอะแยะเลยยยยยย
และก็ขอขอบคุณคุณแม่ของผมมากๆๆๆนะคร๊าบบบบ
March 14 ก - ฮ เพื่อนฉันก - เ ก็ บ เ ร า ไ ว้ ใ น ใ จ ข - เ ข้ า ใ จ เ ร า ค - ค อ ย เ ป็ น กำ ลั ง ใ จ ใ ห้ เ ร า ง - ง้ อ เ ร า เ มื่ อ รู้ ตั ว ว่ า เ ข า ผิ ด จ - จั บ มื อ เ ร า เ มื่ อ ต้ อ ง ก า ร กำ ลั ง ใ จ ฉ - เ ฉ ย กั บ ค ว า ม ใ จ ร้ อ น ข อ ง เ ร า ช - ช่ ว ย เ ห ลื อ เ ร า ซ - ซื่ อ สั ต ย์ กั บ เ ร า ญ า ติ ดี กั บ เ ร า เ ส ม อ ด - เ ดิ น เ คี ย ง ข้ า ง เ ร า ต - ติ ด ต า ม ข่ า ว ค ร า ว ค ว า ม เ ป็ น ไ ป ข อ ง เ ร า ถ - ไ ถ่ ถ า ม ทุ ก ข์ สุ ข ท - ทำ ใ ห้ ชี วิ ต ข อ ง เ ร า เ ป ลี่ ย น ไ ป ธ - ธั ม ม ะ ธั ม โ ม กั บ เ ร า น - นั บ ถื อ เ ร า แ ล ะ น่ า รั ก ใ น ส า ย ต า ข อ ง เ ร า บ - บ อ ก ค ว า ม จ ริ ง แ ก่ เ ร า ป - ป ล อ บ ใ จ เ มื่ อ เ ร า ท้ อ ผ - ผ า ย มื อ ต้ อ น รั บ เ ร า เ ส ม อ ฝ - ฝ า ก ค ว า ม จ ริ ง ใ จ ไ ว้ กั บ เ ร า พ - เ พิ่ ม พ ลั ง ใ ห้ แ ก่ เ ร า ฟ - ฟั ง เ ร า เ ส ม อ ภ - ภู มิ ใ จ ใ น ตั ว เ ร า ม - ม อ บ สิ่ ง ดี ดี แ ก่ เ ร า ย - ย ก โ ท ษ ใ ห้ กั บ ข้ อ ผิ ด พ ล า ด ข อ ง เ ร า ร - รั ก ที่ เ ร า เ ป็ น เ ร า ล - ล ะ เ อี ย ด อ่ อ น กั บ ค ว า ม รู้ สึ ก ข อ ง เ ร า ว - ไ ว้ ใ จ เ ร า ศ - ศึ ก ษ า นิ สั ย ที่ แ ท้ จ ริ ง ข อ ง เ ร า ส - สั ง เ ก ต ค ว า ม เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ใ น ตั ว เ ร า ห - เ ห็ น คุ ณ ค่ า ข อ ง เ ร า อ - อ ธิ บ า ย ใ น สิ่ ง ที่ เ ร า ไ ม่ เ ข้ า ใ จ ฮ - เ ฮ ฮ า กั บ เ ร า ไ ด้ ทุ ก เ ว ล า March 10 ดีมั้ยท จิตใจของคุณก็เหมือนกับไข่ 1 ฟอง ที่ดูภายนอกแล้วแข็งแกร่ง. . . . . แต่เมื่อคุณลองกระเทาะ เปลือกออกมา ก็จะเห็นว่าคนๆนั้นๆ. . . . . . ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าคุณเลย
ท ร่างกายของคนๆหนึ่งก็เหมือนกับน้ำแข็ง ที่สักวันหนึ่ง. . . . .มันก็ต้องละลายไป. . . .
ท นิสัยของคนก็เหมือนกับข้าว ถ้าคุณไม่หุง. . . . . . ย่อมกินไม่ได้
ท ความรักที่อกหักก็เหมือนกับต้มยำ. . . .ที่มีทุกรส ยกเว้น. . . . ความหวาน
ท ความรัก. . . . . ก็เหมือนกับไข่เจียว ที่คุณกินได้ทุกวัน. . . . . . แต่ก็ยังไม่เบื่อ
ท ชีวิตวัยรุ่นก็เหมือนกับ. . . . Pepsi ที่อึกแรกมักจะซ่า. . . . แต่เปิดทิ้งไว้นานๆเข้า ก็หายซ่าไปเอง. . . . .เหอๆๆๆ
ท ชีวิตวัยรุ่นก็เหมือนกับสัตว์หลายๆชนิดในสวนสัตว์ ที่ต้องการออกไปสู่โลกกว้าง. . . . .
ท ถ้าคุณกำลังอกหักแล้วยังมองหารักใหม่...โดยที่จะเอามารักษาแผลเดิม ก็จะเหมือนกับตอนที่คุณท้องเสีย. . . . .แต่ดันกินส้มตำ
ง แฟนก็เหมือนกับเพลงใหม่เพลงหนึ่ง....... ที่คุณมักบอกกับตัวเองว่ามันเพราะ......... แต่เมื่อฟังไปสักร้อยรอบ.........คุณก็จะเบื่อไปเอง
ง ต่างกับเพื่อนสาว...... ซึ่งเหมือนกับเพลงคลาสสิก. . . . . . .ที่นานๆคุณเปิดทีแต่ก็ยังเพราะ. . . . . ไม่ต่างจากครั้งแรกที่คุณฟัง
ง คนๆหนึ่งที่คุณเคยชอบ.....แต่เขาไปชอบคนอื่น.. แต่คุณก็ยังจำทุกอย่างเกี่ยวกับเขาได้ ก็เหมือนกับ เพลงของค่าย RS GRAMMY ที่คุณบอก ว่าเกลียด แต่คุณก็ยังร้องเพลงนั้นได้จนจบ
ง ลองสังเกตไหมว่าถ้ามีรูปถ่ายหมู่ใบหนึ่ง...... คนที่คุณมองหาคนแรก. . . .คือคนที่คุณชอบอยู่
ง เบอร์โทรศัพท์....... ที่ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทคุณ. . . . . . . คุณก็จำไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเบอร์ของคนที่หลงใหลล่ะก็... คุณจะจำได้ทุกตัว. . .แม้ว่ามันจะไม่ซ้ำกันเลย
ง เพลง......ที่คุณชอบมากที่สุดตอนที่คุณมีแฟน..... อาจจะกลายเป็นเพลงที่คุณเกลียดที่สุด. . . . . . เมื่อเขาจากไป นาฬิกากับหัวใจเ ร า ใ ส่ น า ฬิ ก า มื อ ซ้ า ย ในหลวง".... ผมเคยอยู่มาแล้วหลายแผ่นดิน แต่ก็ไม่เคยเห็นว่าพระเจ้าอยู่หัวแผ่นดินใดที่คนทั้งเมืองเขาเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ให้ความเคารพบูชาอย่างสนิทสนมอย่างทุกวันนี้ ...พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลก่อน ๆ ทรงครองแผ่นดิน แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลนี้ทรง "ครองใจคน.." หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช
เรื่อง "เดิมพันของเรา"
ครั้งหนึ่ง เมื่อหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช กราบบังคมทูลถามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า "เคยทรงเหนื่อย ทรงท้อบ้างหรือไม่ ครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสตอบว่า ความจริงมันน่าท้อถอยหรอก บางเรื่องมันน่าท้อถอย แต่ว่าฉันท้อไม่ได้ เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเกิน เดิมพันของเรานั้นคือบ้านคือเมือง คือความสุขของคนไทยทั่วประเทศ ข้อมูลจาก ไทยรัฐ ฉบัย 5 ธ.ค.32
ปีพุทธศักราช 2513 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ที่จะเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎรในตำบลหนึ่งของอำเภอเมืองพัทลุง อันเป็นแหล่งที่ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ปฏิบัติการรุนแรงที่สุดในภาคใต้เวลานั้น ด้วยความห่วงใยอย่างยิ่งล้น ทางกระทรวงมหาดไทยได้กราบบังคมทูลขอให้ทรงรอให้สถานการณ์ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่เสียก่อน แต่คำตอบที่ทางกระทรวงมหาดไทยได้รับก็คือ ราษฎรเขาเสี่ยงภัยยิ่งกว่าเราหลายเท่า เพราะเขาต้องกินอยู่ที่นั่นเขายังอยู่ได้ แล้วเราจะขลาดแม้แต่จะไปเยี่ยมเยียนทุกข์สุขของเขาเชียวหรือ ข้อมูลจากคำอภิปรายเรื่อง "พระบิดาประชาชน"
...คนเราจะอยู่สุขสบายแต่คนเดียวไม่ได้ ถ้าคนที่อยู่ล้อมรอบมีความทุกข์ยาก ควรต้องแบ่งเบาความทุกข์ยากของเขาบ้าง ตามกำลังและความสามารถเท่าที่จะทำได้
ที่นครพนม บนเส้นทางรับเสด็จตรงสามแยกชยางกูร-เรณูนคร บายวันที่ 13 พ.ย. 2498 อาณัติ บุนนาค หัวหน้าส่วนช่างภาพประจำพระองค์ ได้บันทึกภาพในวินาทีสำคัญที่กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ภาพหนึ่งของประเทศ ภาพที่พูดได้มากกว่าคำพูดหนึ่งล้านคำ วันนั้นหลังจากทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารเสร็จสิ้นในช่วงเช้าแล้ว ทั้ง 2 พระองค์ได้เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งกลับไปประทับแรม ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ราษฎรที่รู้ข่าวก็พากันอุ้มลูก จูงหลานหอบกันมารับเสด็จที่ริมถนนอย่างเนืองแน่น ดังเช่นครอบครัวจันท์นิตย์ ที่ลูกหลายช่วยกันนำ แม่ตุ้ม จันทนิตย์ วัย 102 ปี ไปรอรับเสด็จ ณ จุดรับเสด็จห่างจากบ้าน 700 เมตร โดยลูกหลานได้จัดหาดอกบัวสายสีชมพูให้แม่เฒ่าจำนวน 3 ดอก และพาออกไปรอที่แถวหน้าสุดเพื่อให้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทที่สุด เปลงแดดร้อนแรงตั้งแต่เช้าจนสาย เที่ยงจนบ่าย แผดเผาจนดอกบัวสายในมือเหี่ยวโรย แต่หัวใจรักภักดีของหญิงชรายังเบิกบาน เมื่อเสด็จฯ มาถึงตรงหน้า แม่เฒ่าได้ยกดอกบัวสายโรยราสามดอกนั้นขึ้นจบเหนือศีรษะแสดงความจงรักภักดีอย่างสุดซึ้ง พระเจ้าแผ่นดินทรงโน้มพระองค์อย่างต่ำที่สุด จนพระพักตร์แนบชิดกับศีรษะของแม่เฒ่า ทรงแย้มพระสรวลอย่างเอ็นดู พระหัตถ์แตะมือกร้านคล้ำของเกษตรกรชราชาวอีสานอยางอ่อนโยน เป็นคำบรรยายเหมือนไม่จำเป็น สำหรับภาพที่ไม่จำเป็นต้องบรรยาย ไม่มีใครรู้ว่าทรงกระซิบคำใดกับแม่เฒ่า แต่แน่นอนว่าแม่เฒ่าไม่มีวันลืม เช่นเดียวกับที่ในหลวงไม่ทรงลืมราษฎรคนสำคัญที่ทรงพบริมถนนวันนั้น หลานและเหลนของแม่เฒ่าเล่าว่า "หลังจากเสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพฯ แล้ว ทางสำนักพระราชวังได้ส่งภาพรับเสด็จของแม่เฒ่าตุ้ม พร้อมทั้งพระบรมรูปหล่อด้วยปูนพลาสเตอร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแผ่นมาทางอำเภอพระธาตุพนมให้แม่เฒ่าตุ้มไว้เป็นที่ระลึก พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้นี้ อาจมีส่วนชุบชูชีวิตให้แม่เฒ่ายืนยาวขึ้นอีกด้วยความสุขต่อมาอีกถึงสามปีเต็ม ๆ แม่เฒ่าตุ้ม จันทนิตย์ ราษฎรผู้โชคดีที่สุดคนหนึ่งในรัชกาลที่ 9 สิ้นอายุขัยอย่างสงบด้วยโรคชราเมื่ออายุได้ 105 ปี ข้อมูลจาก "แม่เฒ่าตุ้ม จันทนิตย์" ภาคพิเศษโดย คุณหญิงศรีนาถ สุริยะ วารสารไทย
"...มีอยู่ครั้งนึง ข้าพเจ้าอายุ 18 ปี ได้ตามเสด็จ...ตอนนั้นเป็นช่วงหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษ เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรทุกจังหวัดและอำเภอใหญ่ ๆ ก็เสด็จฯ ประมาณ 9 โมงเช้า เสด็จออกทรงเยี่ยมราษฎรมาเรื่อย ๆ ทีนี้ข้าพเจ้าก็รู้สึกว่า แหม นานเหลือเกิน ตอนนั้นยังไม่กางร่ม ตอนนั้นยังไม่ค่อยกลัวแดด ไม่ใส่หมวก ก็รู้สึกแดดเปรี้ยง หนังเท้านี้รู้สึกไหม้เชียว ก็เดินเข้าไปกระซิบท่านว่า พอหรือยัง ก็โดนกริ้ว นี่เห็นไหมราษฎรเขาเดินมาเป็นวัน ๆ เพื่อมาดูเราแม้แต่นิดเดียว แต่นี่เรายืนอยู่ไม่เท่าไรล่ะ ตอนนี้ทนไม่ไหวเสียแล้ว.. พระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ วันที่ 11 ส.ค. 2534
บทความ "น้ำทิพย์สาดเป็นสายพรายพลิ้วทิวงาม ทั่วเขตคามชื่นธารา" เขียนโดย มนูญ มุกข์ประดิษฐ์ ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 5 ธ.ค.2528 ได้เล่าให้ผู้อ่านชาวไทยได้ประจักษ์ถึงเรื่องอัศจรรย์ของ "ในหลวง" กับ "น้ำ" ที่เกิดขึ้นในคำวันหนึ่งของเดือน ก.พ.2528 ด้วยความทุกข์ที่เปี่ยมล้นใจอันเนื่องมาจากต้องเผชิญความแห้งแล้งอย่างหนัก หญิงชราคนนึ่งที่มาเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จได้คลานเข้ามากอดพระบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กราบบังคมทูลด้วยน้ำตาอาบแก้ม ขอพระราชทานน้ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสตอบว่า ยายไม่ต้องห่วงแล้วนะ ต่อไปนี้จะมีน้ำ เราเอาน้ำมาให้ แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระดำเนินกลับไปยังรถพระที่นั่งซึ่งจอดห่างออกไปราว 5 เมตร ปรากฎว่าท่ามกลางอากาศที่ร้อนแล้ง จู่ ๆ ก็เกิดฝนตกลงมาเป็นครั้งแรกในรอบปี ทำให้ผู้ตามเสด็จและราษฎรในที่นั้นถึงกับงุนงงไปตาม ๆ กัน
การเสด็จพระราชดำเนินทุกครั้ง แม้จะต้องเผชิญกับแดดร้อนหรือลมแรง ราษฎรก็ไม่เคยย้อท้อที่จะอดทนรอรับเสด็จให้ถึงที่สุด แม้ฝนจะตกหนักแค่ไหนก็ไม่มีใครยอมกลับบ้าน ร้อยเอกศรีรัตน์ หริรักษ์ เล่าไว้ในบทความ "พระบารมีปกเกล้าฯ ที่อำเภอท่ายาง" ตีพิมพ์ในหนังสือ "72 พรรษาราชาธิราชเจ้านักรัฐศาสตร์" ว่า ครั้งหนึ่งที่โครงการห้วยสัตว์ใหญ่ เมื่อเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมาถึง ปรากฎว่าฝนตกลงมาอย่างหนัก ราษฎรและข้าราชการที่มาเข้าแถวรอรับเสด็จต่างเปียกปอนกันหมด แต่ก็ยังตั้งแถวเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่อย่างนั้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ นายตำรวจราชองค์รักษ์ที่ตามเสด็จได้เข้าไปกางร่มถวาย ทรงทอดพระเนตรเห็นบรรดาข้าราชการและราษฎรที่มายืนตั้งแถวรอรับเสด็จอยู่ต่างก็เปียกฝนโดยทั่วกัน "จึงมีรับสั่งให้นายตำรวจราชอครักษ์เก็บร่ม แล้วทรงพระดำเนินเยี่ยมข้าราชการและราษฎรที่เข้าแถวรอรับเสด็จ โดยทรงเปียกฝนเช่นเดียวกับข้าราชการ และราษฎรทั้งหลายที่ยืนรอรับเสด็จในขณะนั้น"
ครั้งหนึ่งขณะเสด็จฯ เยี่ยมเยียนราษฎรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศคนหนึ่งได้ขอพระราชทานสัมภาษณ์ และได้กราบบังคมทูลถามว่า การที่เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรและมีโครงการตามพระราชดำริเกิดขึ้นมากมายนั้น ทรงหวังว่าจะให้คอมมิวนิสต์น้อยลงใช่หรือไม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรบสั่งตอบว่า "มิได้ทรงสนพระทัยว่าคอมมิวนิสต์จะน้อยลงหรือไม่ แต่ทรงสนพระทัยว่าประชาชนของพระองค์จะหิวน้อยลงหรือไม่
บทความชื่อ "แผ่นดินร่มเย็นที่นราธิวาส" ตีพิมพ์ในนิตยสาร "สู่อนาคต" ฉบับพิเศษเนื่องในวันเฉลิมฯ ได้เล่าย้อนให้เราได้เห็นภาพความยากลำบากในการเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรทางภาใต้เมื่อหลายปีก่อน โดยเฉพาะช่วงก่อนสร้างพระราชตำหนักทักษิณราชนิเวศน์นั้น เป็นที่รู้กันว่าจังหวัดนราธิวาสชุกชุมไปด้วยโจรร้าย โจรปล้นสะดมและพวกโจรเรียกค่าไถ่ ถึงขนาดที่ในหลาย ๆ หมู่บ้านนั้น แม้แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐก็ไม่กล้าย่างกรายเข้าไป ทว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักในทุกข์อันลึกล้ำของชาวบ้านที่ทั้งทุกข์เพราะยากจนและทุกข์เพราะภัยคุกคาม จึงได้เสด็จฯ ลงไปเยี่ยมเยียนเป็นขวัญกำลังใจให้ราษฎรของพระองค์โดยไม่ทรงหวาดหวั่น บางวันถึงกับเสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์โดยปราศจากกำลังอารักขา และบางหมู่บ้านตำรวจเพิ่งถูกคนร้ายแย่งปืนแล้วยิ่งตายก่อเสด็จไปถึงเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทรงรักราษฎรถึงเพียงนี้ จึงไม่แปลกที่หญิงชราคนหนึ่งในหมู่บ้านหนึ่งของอำเภอรือเสาะจะ .."เข้ามาเกาะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวร้องไห้แล้วบอกว่า ไม่นึกเลยว่าพระเจ้าอยู่หัวเป็นคนไทยชาวพุทธ จะมารักมุสลิมได้ถึงขนาดนี้".. บทความเดียวกันได้เปิดเผยต่อไปอีกว่า ที่อีกหมู่บ้านหนึ่งในอำเภอเดียวกันนั้น "โต๊ะครูได้พาพรรคพวกมายืนรอรับเสด็จแล้วพูดขึ้นว่า ..รายอกลับไปเถอะ ประไหมสุหรีกลับไปเถิด ประเดี๋ยวพวกโจรจะลงจากเขา..." และเมื่อถึงเวลาเสด็จฯ กลับที่มืดสนิทอย่างน่ากลัว โต๊ะครูกับชาวบ้านก็พากันมาจุดเทียนส่งเสด็จตลอดเส้นทางอันตราย ด้วยความห่วงใยใน "รายอ" และ "ประไหมสุหรี" หรือ พระราชาพระราชินีของพวกเขาอย่างสุดซึ้ง
หากย้อนกลับไปค้นหาจุดเริ่มต้นของพระราชกรณียกิจในด้านการพัฒนาแล้ว ชื่อของ "ลุงรวย" และ "บ้านห้วยมงคล" คือสองชื่อที่ลืมไม่ได้ เรื่องราวของ "ลุงรวย" เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2495 หรือมากกว่าห้าสิบปีล่วงมาแล้ว ที่บ้านห้วยมงคล ตำบลหินเหล็กใน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บ้านห้วยมงคลนี้อยู่ทั้ง "ใกล้และไกล" ตลาดหัวหิน ใกล้เพราะระยะทางที่ห่างกันนั้นไม่กี่กิโลเมตร แต่ไกลเพราะไม่มีถนน หากชาวบ้านจะขนพืชผักไปขายที่ตลาดต้องใช้เวลาเป็นวัน ๆ ห่างไกลความเจริญถึงเพียงนี้ แต่วันหนึ่งกลับมีรถยนต์คันหนึ่งมาตกหล่มอยู่ที่หน้าบ้านลุงรวย เมื่อเห็นทหารตำรวจกว่าสิบนายระดมกำลังกันช่วยรถคันนั้นขึ้นจากหล่ม ลุงรวยผู้รวยน้ำใจสมชื่อก็กุลีกุจอออกไปช่วยทั้งงัด ทั้งดัน ทั้งฉุด จนที่สุดล้อรถก็หลุดจากหล่ม เมื่อรถขึ้นจากหล่มแล้ว ลุงรวยจึงได้รู้ว่ารถคันที่ตัวทั้งฉุดทั้งดึงนั้นเป็นรถยนต์พระที่นั่งและคนในรถนั้นคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระราชินีนาถ แม้จะตื่นเต้นตกใจที่ได้เฝ้าฯ ในหลวงอย่างไม่คาดฝัน แต่ลุงรวยก็ยังจำได้ว่าวันนั้น "ในหลวง" มีรับสั่งถามลุงว่า [b]หมู่บ้านนี้มีปัญหาอะไรบ้าง.. ลุงได้กราบบังคมทูลว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดคือไม่มีถนน จึงนอกจากจะโชคดีได้รับพระราชทาน "เงินก้นถุง" จำนวน 36 บาท ซึ่งลุงนำไปเก็บใส่หีบบูชาไว้เป็นสิริมงคลจนถึงทุกวันนี้แล้ว อีกไม่นานหลังจากนั้น ลุงรวยก็ได้เห็นตำรวจพลร่มกลุ่มหนึ่งเข้ามาช่วยกันไถดินที่บ้านห้วยมงคล และเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น ชาวบ้านก็ได้ถนนพระราชทาน ถนนห้วยมงคลที่ทำให้ชาวไร้ห้วยมงคลสามารถขนพืชผักออกมาขายที่ตลาดหัวหินได้ภายในเวลาเพียง 20 นาที
มีหลายหนที่ทรงงานติดพันจนมืดสนิท ท่ามกลางฝูงยุงที่รุมตอมเข้ามากัดบริเวณพระวรกาย รอบพระศอ พระกร พระพักตร์ รวมทั้งแมลงตาง ๆ ที่เข้ามารุมรบกวนพระองคื พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะยังทรงทอดพระเนตรแผนที่อยู่ภายใต้แสงไฟฉายที่มีผ้ส่องถวายอยางไม่สะดุ้นสะเทือน อย่างมากที่ทรงทำคือโบกพระหัตถ์ปัดไล่เบา ๆ เท่านั้น ครั้งหนึ่งทรงมีรับสั่งเล่าเรื่อง "ยุง" ด้วยพระอารมณ์ขันว่า "..ที่บางจาก แต่ไม่มีจากหรอกนะ ยุงชุมมากเลย ไปยืนดูแผนที่ เลยโดนยุงรุมกัดขาทั้งสองข้าง กลับมาขาบวมแดง ไปสกลนครกลับมาแล้วถึงได้ยุบลง มองเห็นเป็นตุ่มแตง ลองนับดูได้ข้างละร้อยห้าสิบตุ่ม สองข้างรวมสามร้อยพอดี.."
"น้ำท่วมครั้งนั้น"
วันที่ 7 พ.ย. 26 ขณะที่ชาวกรุงเทพมหานครส่วนหนึ่งกำลังทนทุกข์หนักกับสภาพน้ำท่วมขัง น้อยคนที่จะรู้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกำลังทรงพยายามหาหนทางบรรเทาทุกข์ให้พวกเขาอยู่อย่างเงียบ ๆ วันนั้นรถพระที่นั่งแวนแวคคอนเนียร์ แล่นออกจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ราวบ่ายสองโมงเศษ สู่ถนนศรีอยุธยาเลี้ยวขวาเข้าถนนเพชรบุรี มุ่งสู่ถนนบางนาตราด ไม่มีหมายกำหนดการ ไม่มีการปิดถนน แม้แต่ตำรวจท้องที่ก็ไม่ทราบล่วงหน้า รถยนต์พระที่นั่งชะลอเป็นระยะ ๆ เพื่อทรงตรวจดูระดับน้ำ จนเมื่อถึงคอสะพานสร้างใหม่ที่คลองลาดกระบัง จึงเสด็จลงจากรถยนต์พระที่นั่งเพื่อทรงหารือกับเจ้าหน้าที่ที่ตามเสด็จ ทรงฉายภาพด้วยพระองค์เอง ทรงกางแผนที่ทอดพระเนตรจุดต่าง ๆ จนถึงเวลาบ่ายคล้อย รถยนต์พระที่นั่งจึงแล่นกลับ เมื่อถึงสะพานคลองหนองบอน รถพระที่นั่งหยุดเพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงฉายภาพบริเวณน้ำท่วมและทรงศึกษาแผนที่ร่องน้ำอีกครั้ง ปรากฎว่าชาวบ้านทราบข่าวว่า "ในหลวงมาดูน้ำท่วม" ต่างก็พากันมาชมพระบารมีนับร้อย ๆ คน จนทำให้การจราจรบนสะพานเกิดการติดขัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต้องทรงโบกพระหัตถ์ให้รถขบวนเสด็จผ่านไปจนเป็นที่เรียบร้อยด้วยพระองค์เอง
"เชื่อมั่น"
เย็นย่ำแล้วแต่ขบวนรถยนต์พระที่นั่งยังไม่หมดภารกิจ เมื่อรถวิ่งกลับมาทางถนนพัฒนาการ ทรงแวะฉายภาพบริเวณคลองตัน ทอดพรเนตรระดับน้ำแล้วทรงวกกลับมาที่คลองจิก เวลานั้นฟ้ามืดแล้วเพราะเป็นเวลาจวนค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงนำไฟฉายส่วนพระองค์ออกมาส่องแผนที่ป้องกันน้ำท่วมและแนวพนังกั้นน้ำอยู่เป็นเวลานาน กลายเป็นอีกภาพหนึ่งที่สร้างความตื้นตันใจแก่ประชาชนชาวกรุงเทพฯ อย่างยิ่ง ประชาชนคนหนึ่งในละแวกเคหะนคร 1 แขวงบางบอน เขตประเวศ บอกว่า "รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่ทรงห่วงใยทุกข์ของราษฎร เสด็จฯ มาแก้ไขปัญหาน้ำท่วมด้วยพระองค์เอง พวกเราถึงจะทนทุกข์เพราะน้ำท่วมขังเน่ามาเป็นเวลานานก็เชื่อมั่นว่าพระองค์ทรงช่วยพวกเราได้อย่างแน่นอน"
"ฉันทนได้"
ในเดือนหนึ่งของปี 2528 พระทนต์องค์หนึ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหักเฉียดโพรงประสาทฟัน พระทนต์องค์นั้นต้องการการถวายการรักษาเร่งด่วน แต่ขณะนั้นกรุงเทพฯ ก็กำลังประสบปัญหาอุทกภัย ต้องการการบรรเทาทุกข์เร่งด่วนเช่นกัน เมื่อทันตแพทย์เข้ามาถวายการรักษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งถามว่า "จะใช้เวลานานเท่าใด" ทันตแพทย์กราบบังคมทูลว่า อาจต้องใช้เวลา 1-2 ชม. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า "ขอรอไว้ก่อนนะ ฉันทนได้ วันนี้ขอไปดูราษฏรและช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วมก่อน"
"คำสอนประโยคเดียว"
เมื่อนิตยสาร "สไตล์" ฉบับปี 2530 ได้ตั้งคำถามกับ ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล ถึง "คำสอน" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ประทับอยู่ในหัวใจ ดร.สุเมธ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการ กปร. ตอบว่า คำสอน "ประโยคเดียวก็เกินพอนั้นคือพระราชดำรัสที่ว่า "มาอยู่กับฉันนั้น ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากความสุขที่จะมีร่วมกันในการทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น"
"ดีใจที่สุด"
สำหรับผู้ที่ตกอยู่ในความทุกข์มืดมน พระบรมฉายาลักษณ์ไม่เพียงเป็นรูปเคารพบูชา แต่ยังเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของความศรัทธาที่ช่วยให้มีแรงต่อสู้กับความทุกข์ต่อไปได้ ดัง คุณยายละเมียด แสงเนียมวัย 72 ปี ชาวจังหวัดชุมพร ผู้ที่เผชิญกับอุทกภัยภาคใต้ในปี 2540 น้ำท่วมบ้านสูงมากจนอยู่อาศัยไม่ได้ "อยู่ ๆ น้ำก็ท่วมมาเร็วมาก ยายต้องไปขออาศัยบ้านคนอื่นเขาอยู่ ต่อมาก็ขึ้นไปอยู่ชั้นบน ออกไปไหนไม่ได้เลย ...พอดีที่บ้านนี้เขาปลูกมะละกอ ต้นมันสูงมาถึงหน้าต่างเราก็เอื้อมถึงพอดี เลยได้กินข้าวกับมะละกอ ก็กินมาสามวัน มาเมื่อวานผู้ใหญ่บ้านมาบอก มูลนิธีในหลวงจะเอาของมาแจกยายคิดเลยว่า ไม่อดตายแล้ว ทุกครั้งที่คนไทยเดือดร้อน ในหลวงจะให้ความช่วยเหลือทุกครั้ง ของที่ยายได้มา ที่ดีใจที่สุดคือมีรูปของท่านมาด้วย ที่บ้านเสียหายหมดแล้ว ยายจะเอารูปท่านไว้บูชา ยายพูดแล้วก็ก้มลงกราบพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยความจงรักสุดหัวใจ
"ทุกข์บรรเทา"
การ "ประทับอยู่ในบ้านเมือง" ดังพระราชดำรัสนั้น ในเวลาต่อมาก็เป็นที่รู้กันว่ามิได้หมายถึงการประทับอยู่ในเมืองหลวงเท่านั้น แต่ยังเสด็จฯ เยี่ยมเยียนราษฎรของพระองค์จนแทบจะทั่วทุกตารางนิ้วที่พระบาทจะย่างไปถึงได้ ทรงวิทย์ แก้วศรี ผู้เรียบเรียงบทความ "บรมบพิตรพระราชสมภารเจ้าผู้ทรงพระคุณธรรมอันประเสริฐ" บันทึกไว้ว่า วันที่ 13 ก.ย 2497 ขณะที่ทรงมีพระชนมายุ 26 พรรษา และทรงครองราชย์เป็นปีที่ 8 ปรากฎว่าเกิดเหตุการณ์อัคคีภัยครั้งร้ายแรงขึ้นที่อำเภอบ้านโป่ง จ.ราชบุรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยือนราษฎรขาวบ้านโป่งผู้ประสบภัยในพื้นที่ ทรงทอดพระเนตรบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้และพระราชทานสิ่งของบรรเทาทุกข์ ทุกข์ในยามยากเพราะสิ้นเนื้อประดาตัวจากภัยเพลิงนั้นมากล้น แต่ เมื่อได้รู้ว่ายังมีใครสักคนคอยเป็นกำลังใจ ทุกข์สาหัสแค่ไหนก็ยังพอมีแรงกายลุกขึ้นสู้ต่อได้ การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรผู้ประสบภัยในครั้งนั้น นับได้ว่าเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรต่างจังหวัดเป็นครั้งแรกในรัชกาล
"141 ตัน"
เป็นที่รู้กันดีว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเริ่มเสด็จฯ พระราชทานปริญญาบัตรตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 และหลังจากนั้นบัณฑิตทุกคนก็เฝ้ารอที่จะได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์อย่างใจจดใจจ่อ ภาพถ่ายวันรับพระราชทานปริญญาบัตรกลายเป็นของล้ำค่าที่ต้องประดับไว้ตามบ้านเรือนและเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของหนุ่มสาวและความภาคภูมิใจของบิดามารดา จน 29 ปีต่อมามีผู้คำนวณให้ฉุกใจคิดกันว่าพระราชภารกิจในการพระราชทานปริญญาบัตรนั้นเป็นพระราชภารกิจที่หนักหน่วงไม่น้อย หนังสือพมพ์ลงว่าหากเสด็จฯพระราชทานปริญญาบัตร 490 ครั้ง ประทับครั้งละราว 3 ชม. เท่ากับทรงยื่นพระหัตถ์พระราชทานใบปริญญาบัตร 470,000 ครั้ง น้ำหนักปริญญาบัตรฉบับละ 3 ขีด รวมน้ำหนักทั้งหมดที่พระราชทานมาแล้ว 141 ตัน ไม่เพียงเท่านั้น ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ยังเล่าเสริมให้เห็น "ความละเอียดอ่อนในพระราชภารกิจ" ที่ไม่มีใครคาดถึงว่า .."ไม่ได้พระราชทานเฉย ๆ ทรงทอดพระเนตรอยู่ตลอดเวลา โบหลุดอะไรหลุดพระองค์ท่านทรงผูกโบว์ใหม่ให้เรียบร้อย บางครั้งเรียงเอกสารไว้หลายวัน ฝุ่นมันจับ พระองค์ท่านก็ทรงปัดออก"
"สุขเป็นปี ๆ"
ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้กราบบังคมทูลขอพระราชทานให้ทรงลดการเสด็จฯ พระราชทานปริญญาบัตรลงบ้าง โดยอาจงดเว้นการพระราชทานปริญญาบัตรในระดับป.ตรี คงไว้แต่เพียงระดับปริญญาโทขึ้นไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกลับมีพระราชกระแสรับสั่งตอบว่า พระองค์เองเสียเวลายื่นปริญญาบัตรให้บัณฑิตคนละ 6-7 วินาทีนั้น แต่ผู้ได้รับนั้นมีความสุขเป็นปี ๆ เปรียบกันไม่ได้เลย ที่สำคัญคือ ทรงเห็นว่าการพระราชทานปริญญาสำหรับผู้สำเร็จป.ตรี นั้นสำคัญ เพราะบางคนอาจไม่มีโอกาสศึกษาชั้นปริญญาโทและปริญญาเอก ดังนั้น "จะพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตปริญญาตรีไปจนกว่าจะไม่มีแรง.."
"พระมหากษัตริย์"
เมื่อมีผู้สื่อข่าว bbc ขอพระราชทานสัมภาษณ์เพื่อประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Soul of Nation ในปี 2522 โดยได้กราบบังคมทูลถามถึงพระราชทัศนะเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของพระมหากษัตริยไทย พระองค์ได้พระราชทานคำตอบว่า "การที่จะอธิบายว่า พระมหากษัตริย์ คืออะไรนั้น ดูเป็นปัญหาที่ยากพอสมควร โดยเฉพาะในกรณีของข้าพเจ้า ซึ่งถูกเรียกโดยคนทั่วไปว่า พระมหากษัตริย์ แต่โดยหน้าที่ที่แท้จริงแล้ว ดูจะห่างไกลจากหน้าที่ที่พระมหากษัตริย์ที่เคยรู้จักหรือเข้าใจกันมาแต่ก่อน หน้าที่ของข้าพเจ้าในปัจจุบันนั้น ก็คือทำอะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์ ถ้าถามว่า ข้าพเจ้ามีแผนการอะไรบ้างในอนาคต คำตอบก็คือไม่มี เราไม่ทราบว่าอะไรจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เราก็จะเลือกทำแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เพียงพอแล้วสำหรับเรา
March 08 ผ่านแล้วก็ผ่านแล้วสำหรับ
"หลักสูตรส่งทางอากาศ"
ที่เราเหล่านักเรียนนายเรืออากาศชั้นปีที่๓ ร่วมกันฝึกมาร่วมเดือน
และแล้วก็ผ่านจนได้(ฮ่าๆ)
แต่......
มันยังไม่จบแค่นี้อ่ะ(โอย)
นั่นคือ
"ฝึกภาคป่า"
ต้องเข้าไปเดินป่ากัยน้องอีก ๒ ชั้นปี(น่าเบื่อมากกกกกกก)
เป็นอะไรที่......('ไมว้า) แบบว่ามันเข้ามา ๓ ปีแล้ววววววว
เฮ้อ.........................................ง January 23 สิ่งดีๆNo man/woman is worth your tears and the only one who is, ไม่มีชายหรือหญิงคนไหนมีค่าพอที่คุณจะต้องเสียน้ำตาให้ส่วนคนที่มีค่าพอนั้นเขาย่อมที่จะไม่มีวันทำให้คุณร้องไห้อย่างเด็ดขาด
If you love someone, put their name in a circle, instead of a heart, because hearts can break, but circles go on forever. ถ้าคุณรักใครสักคน จงเอาเขาไว้รอบตัวคุณแทนที่จะใส่เขาไว้ในใจ เพราะหัวใจสามารถแตกสลายได้ แต่ถ้าเขาอยู่รอบตัวคุณ เขาจะอยู่กับคุณตลอดไป Everyone hears what you say. ทุกคนได้ยินสิ่งที่ท่านพูด เพื่อนทั่วๆไปจะรับฟังในสิ่งที่ท่านพูด แต่เพื่อนแท้จะรับฟังความรู้สึกที่ท่านไม่เอ่ยมันออกมา
ถ้าเพื่อนของทั้งหมดของข้าพเจ้าพร้อมใจกันกระโดด ลงมาจากสะพาน ข้าพเจ้าจะไม่โดดตามพวกเขาไป แต่ข้าพเจ้าจะยอมรออยู่ที่ก้นเหวเพื่อที่จะรับพวกเขา
อย่าทำหน้าบูดบึ้ง เพราะว่าท่านจะไม่สามารถรู้ได้ว่ามีใครกำลังชื่นชม รอยยิ้มของท่านอยู่
ถ้าท่านมัวแต่คิดตัดสินผู้อื่น ท่านก็จะไม่มีเวลาพอที่จะรักและเข้าใจพวกเขา
จงมีจิตใจที่ดีต่อผู้อื่น เพราะว่าทุกคนที่ท่านพบกำลังต่อสู้กับปัญหาที่ยิ่งใหญ่ กว่าที่ท่านกำลังประสบอยู่ It may take only a minute to like someone, มันอาจจะใช้เวลาเพียงชั่วนาทีที่จะชอบใครสักคน เพียงชั่วโมงที่จะนึกรักใครสักคน และเพียงชั่ววันที่จะรักใครสักคน แต่มันจะใช้เวลาชั่วชีวิตของท่านที่จะลืมคนคนนั้น January 10 ของขวัญจากในหลวง
January 01 สวัสดีปีใหม่สวัสดีปีใหม่ครับ
วันนี้ก็ปีใหม่แว้ว อยากได้อะไรใหม่ๆเข้ามาในชีวิตบ้าง(ที่มันดีๆน่ะ)
อยากให้โลกสงบสุข(ฮ่าๆๆๆ)
และก็ขอให้ทุกคนคิดหวังสิ่งใดให้สมปรารถนาทุกคนเลยนะ
(*_*) December 29 หวง ห่วง" หวง-ห่วง
"หวง" คือ การทำให้ตัวคุณเองมีความสุข
"ห่วง" คือ การทำให้คนที่คุณรักมีความสุข
"หวง" คือ การผูกมัดคนที่คุณรักไว้ด้วยกาย
"ห่วง" คือ การผูกมัดคนที่คุณรักไว้ด้วยใจ
"หวง" คือ การเห็นแก่ตัว
"ห่วง" คือ การเสียสละ
"หวง" คือ การที่คุณให้เขาทำอะไรในกรอบของคุณ
"ห่วง" คือ การที่คุณให้เขาทำอะไรในกรอบของเขา
"หวง" คือ ประโยคคำส่ง
"ห่วง" คือ ประโยคขอร้อง
"หวง" คือ คุณรักเขาและต้องการให้เขารักคุณ
"ห่วง" คือ คุณรักเขาแต่ไม่ต้องการให้เขารักคุณ
"หวง" คือ สิ่งที่คุณทำแล้วเกิดความทุกข์ใจ
"ห่วง" คือ สิ่งที่คุณทำแล้วเกิดความสุขใจ
"หวง" คือ การทำสิ่งที่ไร้สาระเพื่อให้เขาต้องอยู่กับคุณ
"ห่วง" คือ การทำสิ่งมีสาระที่ไม่ต้องการให้เขาอยู่กับคุณ
"หวง" คือ การออกไปเต้นแร้งเต้นกา
"ห่วง" คือ การอยู่เฉยๆ นั่งมองเพียงเงียบๆ
"หวง" คือ การบังคับขู่เข็ญโดยเขาไม่เต็มใจ
"ห่วง" คือ การปล่อยให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาพอใจ
"หวง" คือ ความรักที่จอมปลอม
"ห่วง" คือ ความรักที่แท้จริง
และ................................
"หวง" คือ การที่คุณหลอกตัวเองว่าเขารักคุณ
"ห่วง" คือ การที่คุณหลอกตัวเองส่าเขาไม่รักคุณ.... December 27 คิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึงคิดถึง .............................- มากถึงมากที่สุด ไม่มีอะไรแค่นี้แหละ ยังดีกว่า........อ่านดี ๆ นะ
ในขณะที่เราคิดถึงคน ๆ นึงตลอดเวลา เค้าคนนั้นก็อาจคิดถึงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้ และบางครั้ง ก็อาจมีคนที่คิดถึงเรา โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน บางครั้ง การได้ฝันไปคนเดียว มันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า สิ่งที่เราคิดทั้งหมด มันคือความฝันของเราเองเพียงคนเดียว ฉะนั้น ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะจมกับความฝัน มากกว่าการได้รับรู้ความจริง การไม่ได้เป็นที่ 1 ในใจเค้า ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า... เราอาจเป็นที่ 2 ซึ่งมันก็ยังดีกว่าเป็นที่ 3 ที่ 4... และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้า... ก็ขอให้คิดไว้ว่า ดีกว่าเราไม่มีความสำคัญอะไรในใจเค้าเลย แต่โปรดจำไว้เถอะว่า หากหัวใจของคุณยังไม่ร้องไห้ออกมาดัง ๆ พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า...ชั้นเหนื่อยเหลือเกินแล้ว โปรดห้ามใจเถอะ ก่อนที่ชั้นจะอ่อนล้าไปกว่านี้... ก็จงชอบต่อไปเถอะ การรักใครซักคน ไม่ต้องการความพยายาม "การตัดใจ"ต่างหาก ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย ลองชั่งน้ำหนักในใจเราดูสิว่า ความสุขยามที่คุณได้สบตาเค้า กับความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้า อันไหนมันหนักหนากว่ากัน อย่าโทษตัวเอง ที่มาเจอเค้าสายเกินไป... อย่าโทษเค้าที่ไม่มีใจให้... อย่าโทษโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน แต่จงยิ้มให้กับตัวเอง ที่อย่างน้อย ถึงจะพบกับเค้าคนนั้นสายเกินไป แต่ก็ยังได้พบ... ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามา แต่ก็ยังได้รับหัวใจของเราไป... ยิ้มให้กับโชคชะตา ที่ยังทำให้เรา...ได้รู้จักกัน คุณควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ครั้งหนึ่ง คุณได้เจอคนที่คุณอยากเก็บรอยยิ้มของเค้าไว้คนเดียว คนที่คุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง... คนที่ทำให้คุณหัวเราะ...และร้องไห้ได้มากมาย... คนที่เพียงแค่ยิ้มของเค้า ก็สามารถเปลี่ยนวันที่หมองหม่น...ให้กลายเป็นวันที่สดใส เท่านี้มันก็เพียงพอแล้ว ไม่ใช่หรือ? แค่การได้เห็นคนที่เรารัก ได้หัวเราะอยู่กับใครสักคนที่เค้ารักมากที่สุด ...นั่นแหละคือความสุขของการได้รัก...อย่างจริงใจ December 20 กฎ 50 ข้อของคนรักกันกฎ 50 ข้อของคนรักกัน :: ถ้าคุณต้องการจะอ่าน ต้องอ่านมันให้จบแล้วคุณจะมีความสุข หากคุณอ่านไม่จบคุณจะ...... 1.ดูพระอาทิดตกดินด้วยกัน 2. กระซิบถึงกันและกัน 3. ทำอาหารให้กัน 4. เดินท่ามกลางฝนตก 5. จับมือ 6. ซื้อของขวัญให้กัน 7. ดอกกุหลาบ 8. ถามว่าน้ำหอมสุดโปรดคือกลิ่นไหน และใช้ทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน 9. เดินริมทะเลตอนเที่ยงคืนด้วยกัน 10. เขียนกลอนให้กัน 11. การกอดคือยาที่ดีที่สุด 12. พูดว่า"รักเธอ" ตอนที่รู้สึกว่ารักจิงๆ และทำให้เค้ารู้ว่าเรารู้สึกรักจิงๆ 13. ให้ของขวัญเล็กๆ ดอกไม้/ลูกอม/กลอน 14. บอกเธอ/เขา ว่าเธอ/เขา คือผู้หญิง/ผู้ชาย ที่คุณต้องการมากที่สุด 15. อยู่ด้วยกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 16. มองตากันและกัน. 17. (เฉพาะผู้ชาย) ดันคางเธอขึ้นเบาๆ มองตาเธอ บอกว่ารักเธอมากที่สุด และจูบเธอเบาๆ "เบาๆ" ล่ะ 18. ในที่สาธารนะชน แค่จีบกันเฉยๆ อย่าทำอย่างอื่น 19. ใส่จดหมายรักในกระเป๋าเขา/เธอ เมื่อเธอ/เขาไม่เห็น 20. ซื้อแหวนให้เธอ (เฉพาะผู้ชาย) 21. ร้องเพลงให้กันและกัน 22. (เฉพาะผู้ชาย) โอบกอดเทอตรงสะโพกเสมอ 23. พาไปกินข้าว2ต่อ2 24. กินสปาเก็ตตี้ (เคยดูเรื่องทรามวัยกับไอ้ตูบมั๊ย) 25. (เฉพาะผู้ชาย)จับมือเธอ มองตาเธอ จูบมือเธอแล้ววางไว้บนหัวใจ 26. เต้นด้วยกัน 27. (เฉพาะผู้หญิง) เวลาอยู่ด้วยกัน นอนตักเขา 28. ทำเรื่องน่ารักๆ เช่น เขียนว่า "ฉันรักเธอ" ในสมุดโน้ต 29. หาเรื่องมาเรียกเธอ/เขา ทุกๆ5นาที 30. ไม่ว่าจะยุ่งขนาดไหน โทรไปหาเขา/เธอ และบอกว่า"ฉันรักเธอ" 31. โทรจากสถานที่ๆคุณไปเที่ยวและบอกว่าคุณคิดถึงเขา/เธอ เสมอ 32. จำฝันของคุณและเล่าให้เขา/เธอ ฟัง 33. บอกความกลัวและความลับสุดยอดของคุณให้เธอ/เขา ฟัง 34. ทำดีกับพ่อแม่ของเธอ/เขา 35. (เฉพาะผู้ชาย) ลูบผมออกจากใบหน้าของเธอเบาๆ "เบาๆ" ล่ะ 36. ไปเที่ยวกับเพื่อนของเธอ/เขา 37. ไปวัด/อธิษฐาน/สาบาน ด้วยกัน 38. พาไปดูหนังโรแมนติคและจำส่วนที่เธอ/เขาชอบ 39. เรียนรู้กันและกัน และอย่าทำผิดแบบเดิมเกิน2ครั้ง 40. บอกว่าคุณรู้สึกดียังไงที่ได้อยู่กับเธอ/เขา 41. เสียสละให้กันและกัน 42. รักกันมากๆ ถ้าไม่อย่างนั้นก้อเลิกกันไปเลย 43. ทำให้ไม่มีนาทีไหนที่คุณไม่คิดถึงเขา/เธอ 44. รักตัวเองก่อนที่จะไปรักใคร 45. หัดพูดคำหวานๆในภาษาอื่น 46. ขอเพลงให้เขา/เธอ ในวิทยุ 47. หลับคาโทรศัพท์ด้วยกัน 48. ปกป้องเธอ/เขา เมื่อคนอื่นพูดอะไรไม่ดีต่อเขา/เธอ 49. ห้ามลืมการจูบgood night และพูดว่า"ฝันดีนะ" เสมอ นี่คือจดหมายศักดิ์สิทธิ์ ห้ามลบทิ้ง....ส่งต่อไปเรื่อยๆ ถ้าคุณลบ คุณจะอกหักตลอดชีวิต 50.และสุดท้ายต้องขอขอบคุณที่โลกสร้างเธอ/เขาขึ้นมา December 18 กวนๆ"ลมหนาวมาพาจิตคิดฟุ้งซ่าน ผิวแห้งกร้านเมื่อยามต้องลมหนาว คิดอีกทีทำไมต้องเป็นเรา ซ่อมให้เขาทุกวันช่างซ่อมแอร์..." "หากน้องเป็นดวงจันทร์อันนวลผ่อง ขอเคียงน้องเป็นดาวพร่างพราวแสง หากน้องเป็นคนไข้ไร้เรี่ยวแรง จะแสดงเป็นหมอขอเยี่ยวยา หากน้องเป็นวิหคเจ้านกน้อย พี่จะคอยเป็นสุมทุมพุ่มพฤกษา หากน้องเป็นเศรษฐีมีเงินตรา พี่จะมาเป็นโจรคอยปล้นเงิน" "แม้นโดนด่าว่ากล่าวว่าไอ้ควาย โอ้สหายเพื่อนรักอย่าไปสน ทำจิตใจให้กว้างอย่ากังวล เกิดเป็นคนต้องรู้จักให้อภัย ถึงโดนด่าอย่างไรอย่าด่าตอบ ให้รอบคอบตั้งจิตคิดมั่นไว้ แม้สุดทนไม่อาจจะห้ามใจ เพื่อนก็ใช้เขาบนหัวขวิดมันเลย" "นักเรียนดีเพราะครูด่า ครูตายห่าเพราะด่านักเรียน เพราะฉะนั้นเราต้องไปโรงเรียนให้ครูด่า ครูจะได้ตายห่าทั้งโรงเรียน" "ม.เมียนั้นหายาก ต้องลำบากไปจีบมา ฝ่าตะพดของพ่อตา อีกคำด่าของแม่ยาย สินสอดและทองหมั้น เงินทั้งนั้นที่เสียไป ห้าทุ่มรีบดับไฟ คืนกำไรให้ตัวเอง" "เกรด A นั้นหายาก ต้องลำบากจดโพยไป นั่งลอกบานตะไท ใช้ทั้งหมึกเปลืองปากกา ต้องเก็บวางให้ไว ซ่อนเอาไว้ที่ลับตา เก็บไม่มิด F ลอยมา โอ้เธอจ๋าจำจงดี" "คนอะไรไม่รู้ดูสวยเริ่ด เทพธิดามาเกิดเชียวหรือนี่ อกเอวองค์สามส่วนล้วนเข้าที งามอย่างนี้ใครได้เห็นเป็นต้องตา ดวงเนตรคมผมสลวยรวยรอยยิ้ม ปากเอิบอิ่มรูปกระจับรับใบหน้า อยากจีบเธอเป็นคู่ชมสมอุรา พอรู้ว่าเธอเป็นตุ๊ดสุดเศร้าใจ" "ฝากแมงมุมช่วยดูแลเธอหน่อย ฝากหิ่งห้อยกล่อมเธอหลับฝันหวาน ฝากยุงน้อยบอกเธอว่าฝันถึงฉันนานๆ.. ฝากเอี้ยงจ๋าขอวานเลี้ยงเธอที" "พ่อแบกไถ ไปนา ยามฟ้าสาง ลูกหมั่นสร้าง บ้องกัญชา พาสุขสันต์ พ่อวิดน้ำ ดำน้ำ สารพัน ลูกดูดควัน ดื่มสุรา ล่านารี พ่อกินข้าว คลุกเกลือ เมื่อยามสาย ฝ่ายลูกชาย สั่งเป็นตุ๋น หนุนราศี พ่อนุ่งผ้า ปะก้น จนสิ้นดี ลูกใส่ลีส์ สวมแอร์โร่ โก้เหนือใคร พ่อเดินทาง ใส่ช้างดาว สิบเก้าบาท ลูกอุบาทว์ ใส่เชคโก ทันสมัย พ่อปลูกผัก สุ่มปลา น่าเห็นใจ ลูกจัญไล ไปดูหนัง นั่งกับแฟน พ่ออาบเหงื่อ ต่างน้ำ กรำแดดฝน ฝ่ายลูกตน อาบน้ำอ่าง อย่างสุดแสน พ่อหาเงิน ยันค่ำ ซ้ำขาดแคลน ลูกควงแขน กับอีหนู ผู้เอาใจ นี่แหละหนอ พ่อรักลูก ถูกลิขิต ให้ชีวิต ตรากตรำ ลำบากไฉน วอนลูกรัก คนดี ที่อยู่ไกล จงหมั่นใฝ่ คิดถึงพ่อ ผู้รอคอย" "เกิดเป์นชาย ชาตรี นี้ลำบาก หารูยาก ที่พอเหมาะ ไว้เจาะแหย่ เจอรูหลวม ก็กลัวหลุด ระวังแจ เจอรูคับ ลำบากแย่ แหย่ยากจัง แหย่รูเล็ก มันคับไป แหย่ไม่คล่อง แหย่รูสอง ยังแน่นไป ใจแทบคลั่ง แหย่รูสาม ก็น่าเบื่อ เหลือกำลัง แหย่รูสี่ ยิ่งผิดหวัง หลวมเกินไป รูหนี่งสอง คับเกินไป ไม่ได้ที่ รูสามสี่ ก็ยิ่งหลวม ยามสวมใส่ ลองหลายรู ไม่เคยมัน ชักหวันใจ ต้องซื้อใหม่ เข็มขัดที่ พอดีเอว" กลอนๆกลอนๆๆ
จะรักย่างที่เธอเป็นเธอ ไม่จำเป็นต้องหรูเลิศเลออย่างใครคนไหน ฉันรักเธอตรงที่หัวใจ กับความดีที่เธอมีให้ ซึ่งรับรู้ได้ตลอดเวลา เธอเอาใจใส่กัน ไม่เคยทำให้สักวันของฉันต้องเหว่ว้า ทุกข์สุขไม่สบาย เธอเท่านั้นที่ห่วงใยเสมอมา แล้วฉันจะเห็นคนื่นดีกว่าได้ยังไง +-+-+-+-+-+-+-+ พยายามมองตา เผื่อบางสิ่งที่ค้นหาจะซ่อนอยู่ในนั้น เคยมีคนบอกว่า สายตาจะไม่โกหกกัน ฉันก็เลยต้อง้นหาความผูกพัน จากดวงตา เพราะเธอไม่เคยบอก ฉันเองก็เดาไม่ออก ไม่รู้ว่า ที่เธอเข้ามาใหล้ เพราะตั้งใจหรือไม่เจตนา ฉันกลัวเสียศรัทธา กับความรู้สึกที่ดี อย่าให้ความรักเป็นเรื่องโหดร้าย อยากให้เธอช่วยอธิบาย ความรู้สึกตรงนี้ ฉันมันอ่อนไหวต่อโลกภายนอก ถ้าเธอไม่บอกความคิดที่มี คงต้องสบตาไปหลายปี กว่าจะเข้าใจ +-+-+-+-+-+-+-+-+ อิจฉาเขาคนนั้นเหลือเกิน ที่ได้เดินไปข้างๆเธอ แทนที่จะเป็นฉัน แต่ก็เอาเหอะ ในเมื่อเธอสองคนใจตรงกัน เพื่องอย่างฉันคงทำได้แค่มองอยู่ไกลๆ อิจฉานะ อิจฉาที่เขาคนนั้นโชคดี ที่มีเธอคอยแคร์ไม่ว่าวันเวลาไหนๆ แต่บอกไว้ก่อน ถ้าเขาทำให้เธอเสียใจ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร ฉันจะไม่ให้อภัยเขาเลย |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|